บทที่ 6 6
"ตอนนี้ทุ่มครึ่งแล้วค่ะคุณติณณ์ รันแค่โทรมาถามว่าคุณติณณ์จะมาร่วมโต๊ะอาหารตามที่คุณปู่สั่งไว้ไหมคะ ถ้าคุณติณณ์ติดธุระมาไม่ได้ รันจะได้ให้พนักงานเสิร์ฟอาหารเลย จะได้ไม่เป็นการรบกวนเวลาปิดร้านของเขา" ภรันยาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบปกติ ราวกับกำลังถามไถ่เรื่องดินฟ้าอากาศ
ติณณภพที่กำลังยืนรอหมอตรวจข้อเท้าให้นิชาอยู่ในห้องฉุกเฉินรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงเยือกเย็นและไม่สะทกสะท้านของเธอ แทนที่เธอจะโกรธหรือโวยวายที่เขาปล่อยให้รอ เธอกลับพูดจาเหมือนเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่ไม่มาตามนัดกินข้าวเที่ยงเท่านั้น
"ฉันไม่ไป มีธุระด่วนสำคัญกว่าการไปนั่งปั้นหน้าจอมปลอมกินข้าวกับเธอ" เขากระแทกเสียงใส่โทรศัพท์
ก่อนที่ภรันยาจะทันได้ตอบอะไร เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในสายอย่างจงใจ
"ติณณ์คะ หมอบอกว่าข้อเท้าของนิชาแค่ซ้นนิดหน่อยค่ะ แต่คืนนี้นิชาปวดหัวจังเลย คุณติณณ์ไปส่งนิชาที่โรงแรมแล้วอยู่เป็นเพื่อนนิชาทั้งคืนได้ไหมคะ นิชากลัวพวกมาเฟียนั่นตามมาอีก"
เสียงของนิชาดังชัดเจนจนภรันยาไม่ต้องเดาเลยว่าธุระด่วนสำคัญของติณณภพคืออะไร หญิงสาวแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเองเบาๆ ถ่านไฟเก่ามันร้อนแรงจนพร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างจริงๆ แม้กระทั่งคำสั่งของคุณปู่ที่เขาเคยเกรงใจนักหนาก็ยังถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดีเมื่ออดีตคนรักมาร้องไห้คร่ำครวญอยู่ตรงหน้า
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอให้คุณติณณ์มีความสุขกับธุระด่วนของคุณนะคะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ รันจัดการตัวเองได้ค่ะ" ภรันยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความนิ่งสงบ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความสั่นเครือ
"เธอก็จัดการตัวเองไปแล้วกัน กินเสร็จก็เรียกแท็กซี่กลับบ้านเอง ฉันไม่กลับคืนนี้" ติณณภพพูดจบก็ตัดสายทิ้งไปทันที
ภรันยาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เธอทอดสายตามองแสงเทียนที่ริบหรี่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเจ็บจี๊ดเล็กๆ แล่นปราดขึ้นมาในอก แต่มันก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนที่เธอจะปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เธอเคยเสียใจและร้องไห้ให้กับผู้ชายคนนี้มามากพอแล้วในอดีต ตอนนี้หัวใจของเธอถูกฉาบด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่มีวันให้เขามาเหยียบย่ำได้อีก
หญิงสาวยกมือขึ้นเรียกพนักงานเสิร์ฟด้วยท่วงท่าสง่างาม "เริ่มเสิร์ฟอาหารได้เลยค่ะคุณพี่ สามีของฉันเขาคงติดประชุมด่วนที่โรงพยาบาล ฉันขอทานคนเดียวให้หนำใจเลยก็แล้วกันค่ะ"
พนักงานเสิร์ฟมองเธอด้วยสายตาเห็นใจเล็กน้อยก่อนจะรีบไปจัดการตามคำสั่ง ไม่นานนักอาหารฝรั่งเศสเลิศรสก็ถูกทยอยนำมาเสิร์ฟทีละคอร์ส
ภรันยาหยิบส้อมและมีดขึ้นมาหั่นฟัวกราส์ที่ทอดมาอย่างสุกกำลังดีเข้าปาก ความหอมมันและรสชาติที่กลมกล่อมแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น เธอกลืนลงคอแล้วยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
แหม พ่อคุณทูนหัว อุตส่าห์มีคนแก่ใจดีเลี้ยงข้าวราคาเหยียบหมื่น ดันเลือกไปเฝ้าถ่านไฟเก่าที่กำลังจะมอดเสียได้ โง่จริงๆ เลยนะติณณภพ ของอร่อยระดับมิชลินสตาร์แบบนี้ รันขอเหมาคนเดียวหมดเลยก็แล้วกัน ส่วนคุณก็ไปกินน้ำตาแม่นางเอกเจ้าน้ำตาของคุณต่อไปเถอะ หวังว่าจะอิ่มทิพย์ได้นะ…ภรันยาบ่นกระปอดกระแปดในใจอย่างอารมณ์ดี
เธอใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการดื่มด่ำกับอาหารทุกจานอย่างไม่เร่งรีบ ไม่มีความรู้สึกเขินอายหรือประหม่าที่ต้องนั่งทานข้าวในร้านอาหารโรแมนติกเพียงคนเดียว ในทางกลับกัน เธอรู้สึกว่านี่คือรางวัลชีวิตที่เธอสมควรได้รับหลังจากที่ต้องทนรองรับอารมณ์ของติณณภพมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม
เมื่อทานของหวานจานสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย ภรันยาก็เรียกเช็คบิล แน่นอนว่าค่าอาหารทั้งหมดถูกหักจากบัตรเครดิตวงเงินสูงลิ่วของคุณปู่ที่มอบไว้ให้ล่วงหน้า เธอจัดการทิปพนักงานเสิร์ฟด้วยเงินสดส่วนตัวไปอีกหลายพันบาทเพื่อเป็นสินน้ำใจที่ดูแลเธออย่างดีตลอดค่ำคืน
ภรันยาเดินออกจากโรงแรมด้วยท่วงท่ามั่นใจ ลมโชยเอื่อยๆ ริมแม่น้ำพัดมาปะทะใบหน้า ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก หญิงสาวเดินไปที่ลานจอดรถ เปิดประตูรถอีโคคาร์คันเล็กของตัวเองแล้วขับออกไปสู่ท้องถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร
ระหว่างทางกลับบ้าน ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หยาดน้ำฝนสาดกระทบกระจกรถจนมองเห็นทางข้างหน้าได้เลือนราง ภรันยาเปิดที่ปัดน้ำฝนและลดความเร็วลง เธอเปิดวิทยุฟังเพลงบรรเลงเบาๆ ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามเสียงสายฝน
ภาพของติณณภพที่หมางเมินเธอในวันแต่งงาน ภาพที่เขาปัดชามข้าวต้มของเธอทิ้งอย่างไม่ไยดี และเสียงของนิชาที่ดังแทรกเข้ามาในสายโทรศัพท์เมื่อครู่ ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ
ภรันยารู้ดีว่าสงครามประสาทครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น การกลับมาของนิชาคือตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่จะทำให้ติณณภพหาข้ออ้างในการขอหย่ากับเธอได้เร็วขึ้น ซึ่งนั่นก็ตรงกับความต้องการลึกๆ ในใจของเธอเช่นกัน เธอไม่ได้อยากทนอยู่ในสภาพครอบครัวจอมปลอมนี้ไปตลอดชีวิต เธอมีค่ามากกว่าที่จะยอมลดตัวไปตบตีแย่งชิงผู้ชายที่ไม่มีใจให้กับผู้หญิงคนอื่น
ให้พวกเขารักกันไปเถอะ ให้ติณณภพหลงระเริงไปกับความอ่อนแอเสแสร้งของนิชาให้เต็มที่ สักวันหนึ่งเมื่อความจริงปรากฏ เขาจะได้รู้ว่าคนที่เขาปกป้องนักหนานั้นมีเนื้อแท้เป็นอย่างไร และเมื่อถึงวันนั้น เธอจะไปนั่งจิบไวน์อยู่บนยอดเขา หัวเราะเยาะความโง่เขลาของเขาให้ดังลั่นฟ้าเลยทีเดียว
รถอีโคคาร์คันเล็กแล่นผ่านประตูรั้วเหล็กดัดบานใหญ่เข้าสู่บริเวณคฤหาสน์ที่มืดมิดและเงียบเหงา ภรันยาจอดรถในโรงรถ ดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงมา ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ หญิงสาวยืนมองคฤหาสน์หลังงามที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้ชายใจร้าย
"ใกล้แล้วสินะ วันที่ฉันจะได้เป็นอิสระจากกรงทองบ้าๆ นี่สักที" เธอพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา ก่อนจะเดินกางร่มฝ่าสายฝนเข้าไปในบ้าน ก้าวเดินอย่างมั่นคงเพื่อกลับไปยังห้องนอนส่วนตัวของตนเอง
คืนนี้เธอจะนอนหลับให้สบายที่สุด เพื่อเตรียมตัวรับมือกับพายุลูกใหม่ที่กำลังจะพัดกระหน่ำเข้ามาในวันพรุ่งนี้ พายุที่มีชื่อว่า 'ถ่านไฟเก่า' ซึ่งเธอพร้อมที่จะใช้น้ำเย็นสาดให้มอดดับไปพร้อมกับความเย่อหยิ่งของติณณภพเลยทีเดียว
